สถานทูตสหพันธรัฐรัสเซีย

ประจำราชอาณาจักรไทย

เมื่อวันที่ 5-6 กันยายน 2565 รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ดอน ปรมัตถ์วินัยจะเยือนกรุงมอสโก โดยได้มีการเจรจากับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งสหพันธรัฐรัสเซียนายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ (Sergey Lavrov)

ประเทศไทยเป็นพันธมิตรที่เก่าแก่ที่สุดของรัสเซียในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และปีนี้เป็นปีครบรอบ 125 ปีของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทย-รัสเซีย ซึ่งได้ก่อตั้งขึ้นระหว่างการเสด็จเยือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ที่กรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กในเดือนกรกฎาคม 2440 หรือเมื่อปลายศตวรรษที่ 19 ประเทศรัสเซียได้สนับสนุนทางการเมืองแก่กรุงเทพฯ ซึ่งทำให้กรุงเทพฯ นั้นสามารถดำรงความเป็นเอกราชได้

ความสัมพันธ์ทวิภาคีนั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานของมิตรภาพที่มีมายาวนานโดยมีลักษณะที่สร้างความไว้วางใจและเคารพซึ่งกันและกัน ก่อให้เกิดความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจ การเจรจาทางการเมืองยังคงอยู่ การติดต่อผ่านสภาความมั่นคง ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายตุลาการ กระทรวงและหน่วยงานต่างๆ ตลอดจนระหว่างภูมิภาคต่างๆ

มีการจัดตั้งการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในระดับสูงสุดอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประธานาธิบดีแห่งสหพันธรัฐรัสเซียนายวลาดิมีร์ ปูติน ได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีของไทยเกี่ยวกับการประชุมสุดยอด BRICS ที่เซียะเหมิน (PRC, เมื่อวันที่ 5 กันยายน 2560) และการประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกครั้งที่ 13 (EAS) ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2561

การปฏิบัติงานสำหรับการประชุมของหัวหน้ารัฐบาลของทั้งสองประเทศในงานประชุมระดับนานาชาติที่สำคัญได้มีการพัฒนาเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นงานที่จัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2557 ของ EAC ครั้งที่ 9 ในประเทศเมียนมาร์ และในเดือนพฤศจิกายน 2558 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมสุดยอด APEC ที่จัดขึ้นที่ประเทศฟิลิปปินส์และในเดือนพฤศจิกายน 2562 ที่ประเทศไทย

มีการเจรจาระหว่างกระทรวงต่างประเทศในระหว่างที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยได้เยือนกรุงมอสโกในเดือนมีนาคม 2556, เดือนกรกฎาคม 2558 และกุมภาพันธ์ 2562 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียนายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ (Sergey Lavrov) ได้มาเยือนกรุงเทพฯ ในปี 2547, 2552, 2560 และในปี 2562 ตามลำดับ ในปีนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียและไทยได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง การประชุมนอกรอบของอาเซีย ณ กรุงพนมเปญ เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2565 และได้มีการสนทนาผ่านทางโทรศัพท์ 2 ครั้ง (เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคมและ 27 มิถุนายน ในปีนี้)

ประเทศรัสเซียและไทยมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างสร้างสรรค์ภายใต้กรอบความร่วมมือแบบพหุภาคีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและภายในองค์กรต่าง ๆ ของครอบครัวสหประชาชาติที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานบนแนวทางที่ใกล้ชิดและสอดคล้องกันในประเด็นเฉพาะต่างๆ ในวาระระดับโลกและระดับภูมิภาค

 

อย่างไรก็ตาม ภายใต้เงื่อนไขที่มาจากแรงกดดันอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนจาก "กลุ่มประเทศตะวันตก" ฝ่ายไทยยังคงรักษาตำแหน่งที่เป็นกลางเกี่ยวกับการปฏิบัติการทางทหารพิเศษสำหรับกองกำลังสหพันธรัฐรัสเซียในยูเครน การที่กรุงเทพฯ นั้นปฏิเสธที่จะเข้าร่วมกับข้อจำกัดต่าง ๆ ในการต่อต้านรัสเซียนั้นเป็นการแสดงออกอีกครั้งว่าเป็นการยืนยันถึงความสัมพันธ์ทวิภาคีที่ไม่อยู่ภายใต้ความผันผวนนั้น

คณะกรรมาธิการระหว่างรัสเซีย-ไทยเพื่อความร่วมมือด้านทวิภาคีมีบทบาทสำคัญในการติดต่อประสานงานทางการค้า เศรษฐกิจ และการลงทุน ในเดือนธันวาคม 2561 มีการประชุมครั้งที่ 7 ที่กรุงเทพฯ ในระหว่างที่มีการหารือเกี่ยวกับสถานะ แนวโน้ม และลำดับความสำคัญของความร่วมมือทางเศรษฐกิจ

โดยเมื่อสิ้นปี 2564 นั้นปริมาณการค้าระหว่างกันอยู่ที่ 2.29 พันล้านดอลลาร์ (+28.9%) ในขณะที่การส่งออกของรัสเซียมีมูลค่าเกิน 494 ล้านดอลลาร์ และการนำเข้ามีมูลค่า 1.79 พันล้านดอลลาร์ ในช่วงหกเดือนแรกของปีนี้ ปริมาณการค้าลดลง 10.2% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2564 อยู่ที่ 982.4 ล้านเหรียญสหรัฐ การส่งออกของรัสเซียเพิ่มขึ้น 5.5% (สูงสุด 259.6 ล้านดอลลาร์) การนำเข้าจากไทย 11.7% (722.8 ล้านดอลลาร์) การส่งออกของรัสเซียประกอบด้วยโลหะและผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักร อุปกรณ์และยานพาหนะ ผลิตภัณฑ์ของอุตสาหกรรมเคมีและเยื่อกระดาษและกระดาษ ผลิตภัณฑ์แร่ และผลิตภัณฑ์จากไม้ ในประเทศไทยมีการซื้อผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรมหลายประเภทอาทิเช่น สินค้าเกษตร สิ่งทอ เสื้อผ้า รองเท้า และอัญมณีล้ำค่า

ข้อกำหนดต่าง ๆ ที่ดีนั้นได้พัฒนาขึ้นเพื่อพัฒนาความร่วมมือในทางปฏิบัติในด้านการเกษตร กรอบกฎหมายเฉพาะด้านที่ดีขึ้นได้ถูกสร้างขึ้นมา โดยทั้งสองฝ่ายได้มีความสนใจร่วมกันในการจัดหาพืชผลทางการเกษตร เนื้อสัตว์ ปลาและอาหารทะเลไปยังตลาดของทั้งสองประเทศ บริษัทไทยได้ลงทุนมหาศาลในการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเกษตรในภูมิภาคต่างๆของประเทศรัสเซีย โดยภาคพลังงานและการบินก็มีแนวโน้มดีเช่นกัน

ความสำคัญต่อการส่งเสริมงานต่าง ๆ ในส่วนวิทยาศาสตร์และเทคนิคของความสัมพันธ์ทวิภาคีในด้านต่างๆ เช่น ข้อมูลและเทคโนโลยีชีวภาพ การใช้อวกาศและพลังงานปรมาณูอย่างสันติ ตลอดจนการพัฒนาร่วมกันและการประยุกต์ใช้ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมในด้านการแพทย์

ปัจจุบันได้ดำเนินมาตรการขยายความร่วมมือด้านการศึกษาและวัฒนธรรม ปัจจุบันมีนักศึกษาไทยประมาณ 350 คนกำลังศึกษาอยู่ในสถาบันอุดมศึกษาในประเทศรัสเซีย ภาษาไทยได้มีการเรียนการสอนที่สถาบันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแห่งรัฐ ณ กรุงมอสโก ของกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย มหาวิทยาลัยมอสโก, มหาวิทยาลัยเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ได้เปิดภาควิชาภาษารัสเซียและศูนย์ศึกษารัสเซียในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทย และหลักสูตรที่เกี่ยวข้องไว้ในหลักสูตรของโรงเรียนมัธยมศึกษาไทยหลายแห่ง

ตั้งแต่ปี 2555 ศูนย์รัสเซียได้เปิดดำเนินการที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (กรุงเทพฯ) ภายใต้การอุปถัมภ์ของมูลนิธิรุสกี้ มีร์

โดยวันที่ 5-7 สิงหาคมปีนี้ เทศกาลวัฒนธรรมไทยได้จัดขึ้นอีกครั้ง ณ กรุงมอสโก โดยก่อนการเกิดโรคระบาดโควิด-19 นั้นได้มีการจัดงานนี้ทุกปีตั้งแต่ปี 2558 ทีมจากประเทศไทย - วงโยธวาทิตของโรงเรียนบุญวัฒนา ได้เข้าร่วมเทศกาลดนตรีที่ Spasskaya Tower กรุงมอสโกเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม - 4 กันยายน 2565 นอกจากนั้นเมื่อปี 2564 ได้มีการจัดงานเทศกาลนาฏศิลป์และดนตรีนานาชาติกรุงเทพฯ โดยมีศิลปินจาก Russian Multimedia Theatre ได้แสดงผลงานคลาสสิกของ Swan Lake และ The Nutcracker โดยความร่วมมือของศิลปินจากโรงละครบอลชอย (Bolshoi) ในเดือนพฤศจิกายน Russian Academy of Arts ได้เปิดนิทรรศการศิลปะเอเชียโดยใช้ชื่อว่า "บนดินแดนแห่งพระแก้วมรกต" ที่อุทิศให้กับการครบรอบ 125 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย-รัสเซีย (ที่กรุงมอสโก เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2564)

ประเด็นของการกลับมาเปิดเที่ยวบินตรงระหว่างทั้งสองประเทศกำลังคลี่คลายลง รัฐบาลไทยอนุมัติให้รวมวัคซีนสปุตนิกวีและสปุตนิกไลท์เพื่อไม่ต้องมีการกักตัว ขั้นตอนเหล่านี้จะนำไปสู่การเริ่มต้นใหม่ในกลุ่มนักท่องเที่ยวระหว่างกัน (จากสถิติในปี 2019 มีนักท่องเที่ยว 1.48 ล้านคน ในปี 2020 มีนักท่องเที่ยว 587,000 คน และในปี 2564 มีนักท่องเที่ยว 1,175,000 คน)

สถานทูตสหพันธรัฐรัสเซีย

ประจำราชอาณาจักรไทย

สถานเอกอัครราชทูต

โทรศัพท์:
(+66 2) 234-98-24
(+66 2) 268-11-69
แฟกซ์:
(+66 2) 237-84-88
E-mail:

แผนกกงสุล

โทรศัพท์:
(+66 2) 234-20-12
แฟกซ์:
(+66 2) 268-11-66
E-mail:
ที่อยู่ของ:
78 Sap Road, Surawong, Bangrak, Bangkok, 10500