สายสัมพันธ์ทางการค้าและเศรษฐกิจเป็นส่วนสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและไทย โดยอาศัยตามเอกสารทวิภาคีระหว่างรัฐบาล ดังนี้ : ความตกลงทางการค้าทั่วไป ณ วันที่ 25 ธันวาคม 2513 สนธิสัญญาเพื่อการหลีกเลี่ยงการเก็บภาษีซ้ำซ้อนและการป้องกันการหลีกเลี่ยงการคลังโดยยึดตามภาษีและรายได้ ณ วันที่ 23 กันยายน 2542 ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการและสหพันธ์อุตสาหกรรมไทยเมื่อปี 2546 และความตกลงว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสภาธุรกิจรัสเซีย-ไทย และสภาธุรกิจไทย-รัสเซีย บันทึกช่วยจำเรื่องความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างกระทรวงการพัฒนาเศรษฐกิจของรัสเซียและกระทรวงพลังงานแห่งราชอาณาจักรไทยด้านความร่วมมือด้านพลังงานเมื่อปี 2558 บันทึกช่วยจำเพื่อความเข้าใจระหว่างกระทรวงเกษตรและกระทรวงสิ่งแวดล้อมและนิเวศวิทยา ของทั้งสองประเทศ กระทรวงการพัฒนาเศรษฐกิจของรัสเซีย และ กระทรวงพาณิชย์ของไทยเมื่อปี 2559

สืบเนื่องจากงานบริการศุลกากรของรัฐบาลกลางนั้น ปริมาณการค้าระหว่างรัสเซียและไทยในปี 2560 รวมทั้งสิ้น 2,231.5 ล้านเหรียญสหรัฐ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 26.7 เมื่อเทียบกับปี 2559) การส่งออกของรัสเซียสูงถึง 514.2 ล้านเหรียญสหรัฐ (ลดลงร้อยละ 16.4) และมีการนำเข้า 1,717.3 ล้านเหรียญสหรัฐ (โตขึ้นร้อยละ 49.8) และสืบเนื่องจากสถิติการค้าของไทยนั้น ปริมาณการค้าทวิภาคีในปี 2560 สูงถึง 3,130.4 ล้านเหรียญสหรัฐ (โตขึ้นร้อยละ 61.2) โดยที่การส่งออกของรัสเซียอยู่ที่ 2,095.3 ล้านเหรียญสหรัฐ และนำเข้า 1,035.1 ล้านเหรียญสหรัฐ (บวกร้อยละ 79.1)

ในระหว่างเดือนมกราคมถึงเดือนกันยายน 2561 ปริมาณการค้าทวิภาคีสูงขึ้นถึง 1,851.7 ล้านเหรียญสหรัฐ (โตขึ้นร้อยละ 31.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2560) โดยการส่งออกของรัสเซียอยู่ที่ 533.9 ล้านเหรียญสหรัฐ (บวกร้อยละ 73.6) และการนำเข้าอยู่ที่ 317.8 ล้านเหรียญสหรัฐ (โตขึ้นร้อยละ 18.5)

ในโครงสร้างของการส่งออกของรัสเซียมายังไทยนั้น ส่วนใหญ่เป็นสินค้าดังนี้ : น้ำมันดิบและแหล่งพลังงานดิบอื่นๆ (ร้อยละ 44.3) เหล็กและชิ้นส่วนเหล็ก (ร้อยละ 178 ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเคมี (ร้อยละ 16.7) เครื่องจักร เครื่องมือ และยานพาหนะ (ร้อยละ 62.4) ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมเคมี (ร้อยละ 16.1) โภคภัณฑ์อาหารและเกษตร (ร้อยละ 9.6)

ความร่วมมือในการลงทุนกำลังเติบโต การลงทุนที่ใหญ่ที่สุดของไทยในเศรษฐกิจรัสเซียนั้นดำเนินโดยผู้ถือหุ้นรายใหญ่ด้านเกษตร-อุตสาหกรรมคือ “เจริญโภคภัณฑ์ฟู้ดส์ (ซีพีเอฟ)” ซึ่งดำเนินโครงการการลงทุนสร้างโรงเลี้ยงสัตว์ที่ลูโควิทซีที่มอสโคว์ และฟาร์มสุกร 12 แห่งในมอสโคว์ คาลูกา คาลินินกราด และภูมิภาคอื่นๆ ปริมาณการลงทุนจนถึงสิ้นปี 2561 นั้นเกิน 1.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ ผู้บริหารซีพีเอฟประกาศแผนพัฒนาธุรกิจสัตว์ปีก (ในปี 2558 บริษัทได้ซื้อ ฟาร์มไก่ “เซเวอร์นายา” และ “วอยสโกวิทซี”)

ในปี 2559 อาศัยผลพลอยได้เวทีเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กนั้น ซีพีเอฟ กองทุนเพื่อการลงทุนโดยตรงแห่งรัสเซีย และรัฐบาลของภูมิภาครยาซาน ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจในโครงการการลงทุนโดยใช้เงิน 1พันล้านเหรียญสหรัฐในภูมิภาครยาซาน ซึ่งจะรวมทั้งการเลี้ยงโคเช่นเดียวกับการผลิตและการขายผลิตภัณฑ์นม ในปี 2560 ได้มีการลงนามในสัญญาชั่วคราวว่าด้วยการดำเนินโครงการ

ส่วนบริษัทน้ำมันและก๊าซที่เป็นรัฐวิสาหกิจสำคัญของไทยคือ “พีทีที พีแอลซี” ก็ได้แสดงความสนใจอย่างจริงจังในตลาดพลังงานรัสเซีย โดยร่วมโครงการกับ “รอสเนฟต์” “แกซพรอม” และ “โนวาเทค” ในการปฏิบัติงานในขั้นตอนต่างๆ

คณะกรรมการร่วมไทย-รัสเซียว่าด้วยความร่วมมือทวิภาคี (ร่วมกันเป็นประธานโดย ฯพณฯ นาย เดนิส มานทูรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าจากฝ่ายรัสเซีย และ ฯพณฯ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจากฝ่ายไทย) ยังคงเป็นกลไกสำคัญของการปฏิสัมพันธ์ทวิภาคี การประชุมครั้งที่หกของคณะกรรมการมีขึ้นเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2558 ที่กรุงมอสโคว์ โดยในระหว่างการประชุมนั้น ทั้งสองฝ่ายได้อภิปรายประเด็นต่างๆ เรื่องความร่วมมือในด้านอุตสาหกรรม การค้า การเกษตร พลังงาน และการขนส่ง และย้ำถึงผลประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นในการลงทุนร่วมกัน นอกจากนี้ ยังได้มีการรับรองเอกสารสุดท้ายที่เป็นแผนงานสำหรับความร่วมมือทวิภาคีในหลายๆ ด้าน การประชุมคณะกรรมการครั้งที่เจ็ดจะจัดขึ้นในวันที่ 27 ธันวาคม 2561 ที่กรุงเทพฯ

ในกรอบของกรรมการร่วมจะมีอนุกรรมการสองคณะ คือคณะอนุกรรมาการความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจ (มีการประชุมครั้งสุดท้ายไปเมื่อเดือนเมษายน 2560 ที่กรุงเทพฯ) และคณะอนุกรรมการความร่วมมือทางการเกษตร (มีการประชุมครั้งสุดท้ายไปเมื่อเดือนกรกฎาคม 2561 ที่กรุงเทพฯ)

สภาธุรกิจรัสเซีย-ไทยและไทย-รัสเซียได้ปฏิบัติงานมาตั้งแต่เดือนตุลาคม 2549 และเดือนพฤศจิกายน 2550 ตามลำดับ สภาธุรกิจรัสเซีย-ไทยมีบริษัทของรัสเซียเข้าร่วมประมาณ 40 แห่ง ประธานคือนายอีวาน โพลียาคอฟ ส่วนสภาธุรกิจไทย-รัสเซียประกอบไปด้วยคณะกรรมการการค้าแห่งประเทศไทย สหพันธ์อุตสาหกรรมไทย สมาคมนายธนาคารไทย เช่นเดียวกับผู้แทนหน่วยงานรัฐบาลและชุมชนธุรกิจของประเทศ ประธานคือนายเกรียงไกร เธียรนุกูล

มีการแลกเปลี่ยนการเยือนเพื่อพันธกิจทางธุรกิจระหว่างทั้งสองประเทศอยู่เป็นประจำ

ตัวแทนทางการค้ารัสเซียตั้งอยู่ที่กรุงเทพฯ และสำนักงานกิจการการพาณิชย์ของสถานเอกอัครราชทูตไทยปฏิบัติหน้าที่อยู่ในกรุงมอสโคว์

สถานทูตสหพันธรัฐรัสเซีย

ประจำราชอาณาจักรไทย

ที่อยู่ของ:
78 Sap Road, Surawong, Bangrak, Bangkok, 10500
E-mail:
โทรศัพท์:
(+66 2) 234-98-24
(+66 2) 268-11-69
แฟกซ์:
(+66 2) 237-84-88