คุยกับทูต คีริลล์ บาร์สกี้ ไทย-รัสเซีย: 120 ปีในความเคารพและความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน

“ดังที่ทราบกันโดยทั่วไปว่า ปีนี้ เป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 120 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างรัสเซียกับไทย ซึ่งทั้งสองประเทศได้ร่วมกันเสริมสร้างมิตรภาพที่สืบทอดกันมายาวนาน”

นายคีริลล์ บาร์สกี้ (HIS EXCELLENCY KIRILL BARSKY) เอกอัครราชทูตแห่งสหพันธรัฐรัสเซียประจำประเทศไทย กล่าว

“รัสเซียให้ความสำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งมิตรภาพสองประเทศที่ยืนยาวมาจนถึงปัจจุบัน เพราะความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับไทยมีประวัติยาวนานที่สุดในบรรดาประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้มีความสัมพันธ์กับรัสเซีย โดยเหตุที่รัสเซียมีท่าทีเช่นเดียวกันกับไทย เราจึงได้ร่วมกันจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อเฉลิมฉลองในวาระสำคัญทั้งในประเทศไทยและประเทศรัสเซีย ซึ่งดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่องตลอดปีนี้”

เนื่องจาก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชดำเนินไปเป็นพระราชอาคันตุกะของจักรพรรดิหรือพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 (Tsar Nicholas II) ณ ประเทศรัสเซีย ระหว่างวันที่ 3-10 กรกฎาคม ค.ศ.1897

แม้จะเริ่มต้นความสัมพันธ์ระหว่างกันมานานแล้ว แต่ได้ถือเอาวันที่ 3 กรกฎาคม ค.ศ.1897 เป็นวันแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ไทย-รัสเซียอย่างเป็นทางการ เพราะเป็นวันที่พระเจ้าแผ่นดินสยามได้เสด็จเข้าสู่แผ่นดินรัสเซียอย่างแท้จริง

“มาถึงวันนี้ ปี ค.ศ.2017 ความสัมพันธ์ของเราได้เพิ่มขึ้นเป็นลำดับ เมื่อได้รับแรงผลักดันอย่างมีนัยสำคัญ โดยทั้งสองฝ่ายได้บรรลุข้อตกลงในการสร้างความร่วมมือทวิภาคีเพื่อยกระดับการเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ระหว่างกัน”

“ดังนั้น ในปีสำคัญนี้ นายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ (H.E. Mr. Sergey Lavrov) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหพันธรัฐรัสเซีย ซึ่งมาเยือนประเทศไทยในฐานะแขกของกระทรวงการต่างประเทศเมื่อวันที่ 9-10 สิงหาคมที่ผ่านมา จึงได้เขียนบทความขึ้นเป็นพิเศษสำหรับท่านผู้อ่านมติชนสุดสัปดาห์ เรื่อง ประเทศรัสเซียและประเทศไทย : 120 ปีในความเคารพและความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน

ดังต่อไปนี้

“ปีนี้ นับเป็นปีสำคัญยิ่งที่เราร่วมกันเฉลิมฉลอง 120 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสหพันธรัฐรัสเซียและราชอาณาจักรไทย อันเป็นเหตุผลที่ดีต่อการวางแนวทางเพื่อความร่วมมือกันต่อไป เพราะไทยเป็นพันธมิตรที่เก่าแก่ที่สุดของรัสเซียในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

“ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับรัสเซียได้สถาปนาอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ค.ศ.1897 ครั้งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์สยาม รัชกาลที่ 5 เสด็จพระราชดำเนินเยือนนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก”

“จึงมีการก่อตั้งสถานกงสุลใหญ่แห่งรัสเซียที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 14 เมษายน ค.ศ.1898 โดย นายอเล็กซานเดอร์ โอลารอฟสกี้ (Mr. Alexander Olarovsky) ได้รับการแต่งตั้งจากพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 เป็นอุปทูตและกงสุลใหญ่แห่งรัสเซียประจำสยามประเทศ ดำเนินการเรื่อยมาจนถึงปี ค.ศ.1917”

“ในปี ค.ศ.1899 มีการลงนามข้อตกลงทวิภาคีฉบับแรก คือ ปฏิญญารัสเซีย-สยาม เกี่ยวกับเขตอำนาจศาล การค้า และการเดินเรือ ในสมัยนั้นจักรวรรดิรัสเซียให้การสนับสนุนทางการเมืองแก่ราชอาณาจักรสยาม ซึ่งทำให้สยามสามารถปกป้องอธิปไตยจากการรุกรานของอังกฤษ”

“ต่อมา มีนักแต่งเพลงชาวรัสเซีย ชื่อ นายปโยตร์ ชูรอฟสกี้ (Pyotr Schurovsky) ได้ประพันธ์ทำนองเพลงสรรเสริญพระบารมีและกลายเป็นเพลงชาติไทยอย่างเป็นทางการจนถึงการปฏิวัติสยามปี ค.ศ.1932 เพลงสรรเสริญพระบารมีจึงไม่ได้มีฐานะเพลงชาติอีกต่อไป แต่ในฐานะของเพลงถวายความเคารพแด่องค์พระมหากษัตริย์”

“ช่วงการเผชิญหน้าของระบบการเมืองและสังคมแบบสองขั้วในศตวรรษที่ 20 กรุงมอสโก และกรุงเทพฯ ได้ประสบความสำเร็จในการส่งเสริมความร่วมมือที่ก่อให้เกิดผลประโยชน์ร่วมกัน โดยการลงนามข้อตกลงทางการค้า ปี ค.ศ.1970 และข้อตกลงการให้บริการทางอากาศ ปี ค.ศ.1971 ซึ่งยังคงมีผลจนถึงปัจจุบัน สายการบินแห่งชาติรัสเซีย แอโรฟลอต (Aeroflot) ก็ได้เริ่มเปิดให้บริการบินสู่เมืองหลวงของประเทศไทย ปี ค.ศ.1973”

“ความสัมพันธ์ทวิภาคีได้ก้าวสู่ระดับใหม่ เมื่อ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ในฐานะนายกรัฐมนตรีของไทย เยือนสหภาพโซเวียตอย่างเป็นทางการปี ค.ศ.1988 และหัวหน้าสำนักงานรัฐบาลสหภาพโซเวียต นายนิโคไล ริชคอฟ (Nikolai Ryzhkov) มาเยือนไทยปี ค.ศ.1990 ถือเป็นการเยือนครั้งแรกในระดับหัวหน้ารัฐบาล”

“ประเทศไทยได้ให้การรับรองเอกราชของสหพันธรัฐรัสเซียและยอมรับสถานะทางกฎหมายแห่งรัฐของรัสเซีย ในฐานะประเทศผู้สืบสิทธิ์อำนาจและพันธกรณีของสหภาพโซเวียต เมื่อปี ค.ศ.1991 โดยไทยยืนยันความตั้งใจในการพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคี ร่วมกันเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน และสร้างผลประโยชน์ร่วมกัน”

“ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับรัสเซียได้ก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ นั่นคือ การเยือนประเทศไทยของประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน (Vladimir Putin) ปี ค.ศ.2003 ในฐานะพระราชอาคันตุกะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ”

“ต่อมาปี ค.ศ.2007 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ทรงเยือนสหพันธรัฐรัสเซียอย่างเป็นทางการ ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของประธานาธิบดีปูติน”

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงดำเนินตามรอยเส้นทางประวัติศาสตร์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยเมื่อเสด็จเยือนกรุงมอสโกได้ทรงแสดงผลงานทางศิลปะชั้นยอดของไทยที่พระราชวังเครมลิน

และในระหว่างที่ทรงพำนักที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ได้เสด็จไปพระราชวังปีเตอร์ฮอฟ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเคยพำนักในระหว่างเสด็จไปเยือนรัสเซียเมื่อปลายศตวรรษที่ 19

การเสด็จเยือนของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในครั้งนี้ จึงเป็นเหตุการณ์สำคัญของการฉลองการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตครบรอบ 110 ปี ระหว่างรัสเซียและไทย

“ในโอกาสเดินทางไปร่วมประชุมสุดยอดอาเซียน-รัสเซีย สมัยพิเศษที่เมืองโซชี รัสเซีย เมื่อเดือนพฤษภาคม ปี ค.ศ.2016 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้หารือทวิภาคีกับประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย และในกรอบของการประชุมสุดยอดของกลุ่ม BRICS ที่เมืองเซียะเหมิน ประเทศจีน เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทั้งนี้ ได้มีการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างรัฐบาลทั้งสองประเทศในช่วงปี ค.ศ.2015-2016”

“ปัจจุบัน ไทยและรัสเซียได้เห็นพ้องกันว่าจะต้องเร่งขยายการค้าและการลงทุน ลดอุปสรรคทางการค้าระหว่างกัน เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย เพิ่มมูลค่าการค้า 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี ค.ศ.2020 และเราให้ความสำคัญอย่างมากในการพัฒนาความร่วมมือด้านเทคโนโลยี”

ปัจจุบัน รัสเซียเป็นประเทศคู่ค้าอันดับที่ 33 ของไทย แต่เป็นคู่ค้าอันดับแรกในกลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช (CIS) โดยรัสเซียเป็นตลาดขนาดใหญ่ของภูมิภาคด้วยประชากรกว่า 142 ล้านคน มั่งคั่งด้วยแหล่งพลังงาน (น้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ) และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การค้าไทย-รัสเซียมีมูลค่า 1,964 ล้านเหรียญสหรัฐในปี ค.ศ.2016

สินค้าสำคัญที่ไทยส่งออกไปรัสเซีย ได้แก่ รถยนต์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง อัญมณีและเครื่องประดับ ผลไม้กระป๋อง

ในขณะที่สินค้าสำคัญที่ไทยนำเข้า ได้แก่ น้ำมันดิบ ปุ๋ยและยาฆ่าแมลง เหล็กและผลิตภัณฑ์ถ่านหิน

“สำหรับบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ มีกิจกรรมที่มีผลในระยะยาว ได้ประสบความสำเร็จในการดำเนินโครงการด้านการเกษตรในหลายภูมิภาคของรัสเซีย”

บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ ได้ขยายฐานการผลิตในรัสเซีย โดยเข้าซื้อกิจการไก่เนื้อครบวงจรของบริษัท Agro-Invest Brinky B.V. ในรัสเซีย ปี ค.ศ.2015 มูลค่า 2.37 หมื่นล้านบาทเพื่อขายในประเทศและใช้เป็นฐานในการส่งออกสู่ตลาดในภูมิภาคใกล้เคียง

“เราลงนามพิธีสารเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรระหว่างกรุงเทพมหานครและกรุงมอสโกเมื่อปี ค.ศ.1997 (ปัจจุบันมีโครงการความร่วมมือในปี ค.ศ.2015-2017) และพิธีสารเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรระหว่างกรุงเทพมหานครและนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก”

“ปี ค.ศ.2014 เริ่มมีการจัดเทศกาลไทยประจำปีที่กรุงมอสโก (Thai Festival in Moscow) เพื่อแนะนำให้ชาวรัสเซียได้รู้จักศิลปวัฒนธรรมไทย การท่องเที่ยวไทย สินค้าไทย และอาหารไทย และเทศกาลวัฒนธรรมรัสเซีย (Days of Moscow) ก็ได้ถูกจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ”

“ปัจจุบัน วงดนตรีออเคสตราและคณะบัลเล่ต์รัสเซียได้เป็นแขกประจำของมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติที่กรุงเทพฯ”

“นับเป็นระยะเวลาหลายปีแล้วที่ชาวไทยได้พบกับศิลปินจากโรงละครโอเปร่าและบัลเล่ต์ นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เมืองโนโวซีบีสก์ และภูมิภาคอื่นๆ ของรัสเซีย และในโอกาสที่ความสัมพันธ์ทางการทูตรัสเซียและไทยเวียนบรรจบครบรอบ 120 ปี ได้มีการแสดงบัลเล่ต์ของโรงละครโอเปร่าและบัลเล่ต์ เมืองเยคาเตรินเบิร์ก เรื่อง แคทยาและเจ้าฟ้าแห่งสยาม – Katya & The Prince of Siam ที่ประเทศไทย และมีการแสดงโขนนาฏศิลป์ชั้นสูงอันเก่าแก่ของไทย ที่รัสเซีย”

อันเป็นการแสดงโขนและนิทรรศการเผยแพร่พระราชกรณียกิจ ด้านการอนุรักษ์และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมไทย ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ค.ศ.2017 ณ โรงละคร Mariinsky นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

“เรามีความยินดีที่คนไทยมีความสนใจในการเรียนรู้ภาษารัสเซียมากขึ้น มีนักศึกษาไทยประมาณ 2-300 คนได้รับการศึกษาในรัสเซีย ซึ่งรวมทั้งนักศึกษาที่ได้รับทุนของรัสเซีย โดยเรามีข้อตกลงในการจัดตั้งความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดของทั้งสองประเทศของเราด้วย”

“ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับชาวรัสเซีย เมื่อปีที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวจากรัสเซียมาเยือนไทยมากกว่าหนึ่งล้านคน โดยในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ การท่องเที่ยวได้เพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 37”

“นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มคนรัสเซียจำนวนมากโยกย้ายถิ่นฐานมาพำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทยกลายเป็นผู้เผยแพร่ภาษารัสเซียโดยเปิดโรงเรียนและร้านอาหาร เราจึงมีกงสุลกิตติมศักดิ์ของรัสเซียประจำเมืองพัทยาและภูเก็ต ซึ่งมีบทบาทในการรักษาความปลอดภัย การปกป้องสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของพลเมืองรัสเซีย”

“เรามีความร่วมมือในการต่อต้านความท้าทายและภัยคุกคามต่างๆ มีการหารือร่วมกันในประเด็นการต่อสู้กับการก่อการร้ายระหว่างประเทศ อาชญากรรมข้ามชาติ การค้ายาเสพติด การค้ามนุษย์ การลักลอบค้าอาวุธ การฟอกเงินและอาชญากรรมทางเศรษฐกิจอื่นๆ มีความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรยุติธรรมไทย-รัสเซีย และโครงสร้างการบังคับใช้กฎหมายกำลังพัฒนาไปด้วยดี”

“ด้านการดำเนินนโยบายต่างประเทศ เรามีความใกล้ชิดกันในการแก้ปัญหาระหว่างประเทศและภูมิภาค รวมทั้งมีความสนใจขยายการเจรจาเกี่ยวกับการจัดตั้งสถาปัตยกรรมความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่เท่าเทียมกัน เพื่อสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืนของประเทศในภูมิภาคทุกประเทศโดยไม่มีข้อยกเว้น”

“และเราขอขอบคุณเป็นอย่างสูงที่รัฐบาลไทยมีความตั้งใจที่จะร่วมมือกับสหภาพเศรษฐกิจยูเรเชีย (EEU)”

นายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหพันธรัฐรัสเซีย สรุปว่า

“ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและไทย ได้ผ่านการทดสอบมาถึงระดับความเชื่อมั่น ความไว้เนื้อเชื่อใจ และความเข้าใจซึ่งกันและกัน โดยมีวัตถุประสงค์อันยิ่งใหญ่เกี่ยวกับการเสริมสร้างและพัฒนาความสัมพันธ์ทวิภาคีให้สอดคล้องกัน ทั้งนี้ เพื่อความมั่งคั่งและความเจริญรุ่งเรืองของประชาชนทั้งสองประเทศ เพื่อสร้างสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกโดยรวม”

“เราเชื่อมั่นในความสามารถของเราเพื่อประสบความสำเร็จในที่สุด”

 

สถานทูตสหพันธรัฐรัสเซีย

ประจำราชอาณาจักรไทย

ที่อยู่ของ:
78 Sap Road, Surawong, Bangrak, Bangkok, 10500
E-mail:
โทรศัพท์:
(+66 2) 234-98-24
(+66 2) 268-11-69
แฟกซ์:
(+66 2) 237-84-88