การประชุมเศรษฐกิจภูมิภาคตะวันออก

การประชุมเศรษฐกิจภูมิภาคตะวันออกเริ่มขึ้นเมื่อช่วงวันที่ 3-5 กันยายน 2558 ณ เกาะรุสสกี้ เมืองวลาดิวอสต็อก ตามการเห็นพ้องต่อกฤษฎีกาฉบับที่ 250 แห่งประธานาธิบดีรัสเซียในวันที่ 19 พฤษภาคม 2558

ในการจัดประชุมเศรษฐกิจภูมิภาคตะวันออก(EEF)ครั้งแรกของรัสเซียดังกล่าวมีความเป็นเอกลักษณ์ทั้งในด้านของขนาดและระดับของงานที่มีผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากเข้าร่วมการประชุมที่มีการหารือกันระหว่างระหว่างผู้แทนของกลุ่มการลงทุนระหว่างประเทศตัวแทนธุรกิจและตัวแทนรัฐบาลของทั้งรัสเซียและต่างประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APR)

 

วัตถุประสงค์ของการประชุมเศรษฐกิจภูมิภาคตะวันออก

  • เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของความเชื่อมโยงด้านการลงทุนระหว่างประเทศของนักธุรกิจชาวรัสเซียรวมทั้งหน่วยงานหรืออำนาจในระดับแห่งสหพันธรัฐ ภูมิภาคและท้องถิ่น
  • เพื่อให้ผู้เชียวชาญทุกฝ่ายได้ประเมินศักยภาพทางเศรษฐกิจของภาคตะวันออกไกลของรัสเซีย ยกระดับเพื่อการแข่งขันและการลงทุนของภูมิภาคทั้งในระดับรัสเซียและต่างประเทศ
  • เพื่อนำเสนอเงื่อนไขใหม่สำหรับการลงทุนและการทำธุรกิจโดยใช้วิธีการขั้นตอนพิเศษที่สร้างขึ้นสำหรับภาคตะวันออกของรัสเซีย ที่เป็นดินแดนสำคัญของการพัฒนาและท่าเรือเสรีของวลาดิวอสต็อก

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2558 นายวลาดิมีร์ ปูตินได้เข้าร่วมการประชุมเศรษฐกิจภูมิภาคตะวันออกดังกล่าว ณ เมืองวลาดิวอลสตอค ประเด็นสถานการณ์ปัจจุบันของเศรษฐกิจรัสเซียและการดึงดูดการลงทุนจาดตะวันออกไกลเป็นประเด็นหลักของท่านประธานาธิบดีที่กล่าวถึง (http://en.kremlin.ru/events/president/news/50232)

นายวลาดิมีร์ ปูตินได้พบกับกลุ่มผู้ทำงานในภาคส่วนด้านน้ำมันและก๊าซในการประชุมเศรษฐกิจภูมิภาคตะวันออก โดยท่านประธานาธิบดีได้กล่าวว่าน้ำมันและก๊าซเป็นส่วนหนึ่งในภาคเศรษฐกิจที่สำคัญของรัสเซีย และรัสเซียเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการผลิตน้ำมัน ก๊าซและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมชั้นนำของโลก และเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกแหล่งพลังงานที่ใหญ่ที่สุด นายปูตินหวังว่าบริษัทน้ำมันและก๊าซชองรัสเซียจะมีประสิทธิภาพและมีการแข่งขันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและสร้างสถิติความท้าทายใหม่ๆ (http://en.kremlin.ru/events/president/news/50235)

การประชุมเศรษฐกิจตะวันออกครั้งแรกนี้มีการลงนามในเอกสารหลายฉบับที่ว่าด้วยข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง RusHydro และธนาคาร VTB, ข้อตกลงระหว่าง Rosneft และ ONGC บริษัทอินเดียเข้าสู่โครงการ “Vankor”, และข้อตกลงระหว่าง Sollers และ Mazda ในแผนการลงทุนเพื่อการผลิตและพัฒนารถยนต์และเครื่องยนต์ในเขตตะวันออกไกล 

รวมถึงมีความตกลงเกี่ยวแผนการการลงทุนต่างๆที่ได้ลงนามอย่างเช่นการก่อสร้างโรงงานแปรรูปก๊าซอามูร์ โครงการพัฒนาแหล่งถ่านหินในหมู่เกาะซาคารินและถ่านหินบริเวณลุ่มน้ำ, การก่อสร้างสถานีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่เมืองเปเวค บริเวณเขตการปกครองตนเองชูโคทก้า, และการก่อสร้างโรงงานผลิตยางมะตอยและผลิตภัณฑ์ปิโครเลียมในเขตคาบารอฟสค์ที่เป็นเขตของการพัฒนา 

ซึ่งนายวลาดิมีร์ ปูตินได้กล่าวในการประชุมได้ครบถ้วน

เมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา ประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ตอบคำถามผู้สื่อข่าวรัสเซีย ถึงประเด็นปัญหาต่างๆในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับท่าทีของการพัฒนาเศรษฐกิจรัสเซีย ราคาน้ำมัน นโยบายทางสังคมของรัสเซีย สถานการณ์ในยูเครน ปฏิกริยาต่อผู้ลี้ภัยจำนวนมากจากตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ และการต่อต้านการก่อการร้าย (http://en.kremlin.ru/events/president/news/50234)

นายวลาดิมีร์ ปูติน ได้มีการสรุปการประชุมกับนายหวาง หยาง รองนายกรัฐมนตรีแห่งสภารัฐมนตรีของสาธารณรัฐประชาชนจีน ผู้เป็นตัวแทนฝ่ายจีนที่ได้เข้าร่วมประชุมเศรษฐกิจแห่งภูมิภาคตะวันออกที่เมืองวลาดิวอลสตอก

นายปูตินและนายหวางมีการแลกเปลี่ยนทัศนะระหว่างกันถึงการจัดเตรียมโครงสร้างแผนความร่วมมือในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออก ประธานาธิบดีปูตินกล่าวถึงความมั่นใจว่าความเป็นหุ้นส่วนของจีนในรัสเซียจะแสดงให้เห็นถึงความสนใจเป็นอย่างมากในศักยภาพทางเศรษฐกิจของเขตกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออก (http://en.kremlin.ru/events/president/news/50236)

นายวลาดิมีร์ ปูติน เยือนพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำทางทะเลบนเกาะรุสกี้พร้อมด้วยผู้ว่าการรัฐเขตพรีโมเรีย นายวลาดิมีร์ มิคลีเซฟสกี้ และรองนายกรัฐมนตรีจีน นาย หวาง หยาง รวมถึง สภาชิกคณะผู้แทนจีน และนักแสดงชาวอเมริกัน นายสตีเว่น ซีกอล

นายวลาดิมีร์ ปูตินได้เยือนพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำและอุโมงค์ใต้น้ำที่ซึ่งมีอุปกรณ์ครบครันและการทำงานของจอแสดงภาพบนกำแพงและพื้น รวมถึงการฟังเกี่ยวกับลักษณะที่โดดเด่นในศักกยภาพทางวิทยาศาสตร์ของพิพิธภัณฑ์ 

ตารางปัจจุบันของการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ดังกล่าว ว่าจะมีการติดตั้งเครื่องมือต่างๆร่วมถึงการตกแต่งขั้นสุดท้ายให้เสร็จสมบูรณ์ภายในเดือนนี้ และเริ่มการเตรียมความพร้อมในการทำงานของพิพิธภัณฑ์ที่จะมีสิ่งมีชีวิตทางทะเลที่นำมาอาศัยอยู่ที่พิพิธภัณฑ์นี้ 

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์สัตว์น้ำทางทะเลพรีโมเรียและศูนย์กลางการศึกษาบนเกาะรุสกี้จะเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในโลก รวมถึงการปรับโครงสร้างตึกให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งจะส่งมอบให้ทางสถาบันการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ของรัสเซีย

กว่า 80 สัญญาการลงทุนที่มีการเซ็นสัญญาโดยมีมูลค่ากว่า 1.3 ล้านล้านรูเบิล จำนวนคนมากกว่า 2,500 คน ได้รับรองหนังสือรับรองคุณภาพ และกว่า 1,500 คนจากทั้งหมดเข้าร่วมการประชุมในฐานะคณะผู้แทนการประชุม มีการรายงานข่าวตลอดวันโดย 244 ตัวแทนสื่อใหญ่ชั้นนำของทั้งรัสเซียและต่างชาติ

มี 32 คณะผู้แทนต่างประเทศที่เข้าร่วมประชุมในรูปแบบทางการ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นคณะที่มาจากประเทศจีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ยังไม่เพียงเท่านั้นคณะผู้แทนจาก จีน กัมพูชา และเวียดนาม มาพร้อมด้วยรองนายกรัฐมนตรี

ยังมีผู้แทนทางธุรกิจอุตสาหกรรมจากอเมริกา แคนาดา อังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศส ออสเตรีย เบลเยี่ยม สวิตเซอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ แอฟริกาใต้ ฟิลิปปินส์ อาร์เจนตินา ไทย กัมพูชา เวียตนาม สิงคโปร์ อาเซอร์ไบจาน อินเดีย ไต้หวัน นอร์เวย์ ไอร์แลนด์ อิสราเอล อินโดนีเซีย ฮ่องกง ออสเตรเลีย มาเลเซีย สาธารณรัฐอาหรับแอมิเรต และประเทศอื่นๆทั้งหมดที่เข้าร่วมประชุมครั้งนี้

กว่าครึ่งของผู้แทนเป็นผู้แทนของธุรกิจต่างชาติขนาดใหญ่ รวมถึงบริษัทข้ามชาติ เช่น KOGAS, Nord Stream AG, JBIC, Mazda Motor, ICBC, Noble Group, Mitsubishi Corporation, Mitsui, Kawasaki Heavy Industry, Samsung และบริษัทอื่นๆอีกมากมาย

 

สถานทูตสหพันธรัฐรัสเซีย

ประจำราชอาณาจักรไทย

ที่อยู่ของ:
78 Sap Road, Surawong, Bangrak, Bangkok, 10500
E-mail:
โทรศัพท์:
(+66 2) 234-98-24
(+66 2) 268-11-69
แฟกซ์:
(+66 2) 237-84-88